GifT's profile*Sleepy Melodies In a Bi...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 31

    ทริปเชียงใหม่...ภาคซวยแล้วตู2

     
     
    ต่อจากภาคที่แล้ว
     
    เบล กิฟ จิงจิง และเตย
    พบว่าตัวเองและเพื่อนอีก3คนที่อยู่ด้วยกันนั้น
    ได้ถูกท่านสั่งทิ้งซะแล้ว
     
    เห็นได้ชัดว่าอาจานปูส่งสายตาเย้ยเล็กๆปนขำรื่นๆจากที่นั่งบนรถบัสแอร์เย็นฉ่ำ
    ลงมาให้กระต่ายหูตก4ตัวที่ยืนงงอยู่ที่ฟุตบาทหน้าโรงแรม
     
    จิงๆก้อไม่ได้อยากจะวิ่งแต่จำไม่ได้แล้วว่าใน4คนใครวิ่งก่อน
    สรุปก้อวิ่งตามกันไปแบบว่าจะจอดรับไม๊เนี่ยอุตส่าห์ยอมวิ่งตามแล้วนะอาจานนน
    นี่จานจะทิ้งพวกนู๋จิงๆอ่ะเหรอ????
    ทิ้งไอ้เดียกะเบสยังไม่พออี๊กกกกกกก
    เว้ยยยยยยยยยยยยยย
    อีก5นาทีถึงจะแปดโมงนะคะ(สงสัยเป็นความผิดนู๋ที่ไม่รุจักตั้งเวลาให้ตรงกะนาฬิกาอาจาน...ขอโทดคร่าาาาาาาา)
     
     
     
    กระต่ายหูตก4ตัว กิฟ เบล จิงจิงและเตย
    ยังคงมึนตึบสมองไม่สั่งการไปชั่วระยะนึง
    แต่ว่านะ ความโหดมีจริงในโลกคับพี่น้องงงง
     
    ยิ่งวิ่งตามรถบัสยิ่งเร่งความเร็วหลังจากวิ่งไปหลาบเมตรก้อรุว่าอาจานเอาจิง
     
    ชั้นไม่ให้จอดดดดด.....ชั้นเตือนพวกแกแล้วตั้งแต่เมื่อคืน....
     
    พอรถวิ่งไปถึง4แยกก้อตามไม่ทันแล้ไม่น่าวิ่งเลยเวะ
     
     
    เวะะะะรุงี้ไม่วิ่งก้อดีหรอกเสียฟอร์มชิบ!!!!!!!!!!
     
     
     
     
    เมื่อตั้งสติได้ว่า
    อืม...โอเคโดนทิ้งก้อโดนทิ้งสิวะ
     
    อารมของ4คนเป้นดังนี้
     
    เวะ!!!ไรฟ่ะ อุตส่าห์วิ่งแล้วนะเว้ยยยยยยยยยย------กิฟ(ยังเซงที่เสียฟอร์มและโดนสายตาเย้ยๆจากอาจานปู)
    แม่งงง...เด๋วกูก้อกลับไปนอนบนห้องแมร่งเลย-----เบล(หงุดหงิดมานาน...ไมต้องมาเปนแอดไวเซอร์กูด้วยวะ...ห๊ะะะ)
    แมร่งงงงงงงง..........----------------------จิงจิง(คล้ายเบลแต่ยาวกว่าและไม่ลงดีเทล)
    ........................----------------------เตย(มีเพียงความเงียบงันในใจ)
     
     
    กระต่ายหูตก4ตัวเริ่มอยู่ในอารมพลุ่งพล่านเนื่องจากเกิดมาก้อ...
    ไม่คิดว่าจะโดนอาจานทิ้งไว้ให้เผชิญชีวิตไปโรงงานเองที่เชียงใหม่ซึ่งเพิ่งเคยมานะเว้ยยย
     
    ขณะที่กำลังคิดว่าจะเอาไงกะชีวิตต่อไปดีนั้น
    สปายและสายของเรา(ไอ้จิ๊บและปริน)
    ซึ่งอยู่บนรถนั้นก้อได้แอบโทรต่อต่อกับเราเป็นระยะๆ
     
    จะไปยังไงอ่ะ???
    ต้องไปรถ2แถวแล้วมั้ง
    เวะะะะะ
     
    แต่ข่าวใหม่คือไม่ใช่แค่เรา4คนที่โดนทิ้ง
    มีไอ้บิ๊กกะไอ้วินด้วยที่โดนทิ้งแต่พวกมันยังไม่รุตัว
    มันยังอยู่ในห้องที่โรงแรมมมมมม
     
     
    พวกเราก้อเลยต้องโทรเรียกให้มันรุว่า......
     
    พวกมึง(ขอโทดที่ใช้คำไม่สุภาพแต่เพื่อเข้าถึงอารม)ถูกทิ้งแล้วไอ้ไม่รุเรื่องเอ๊ย
     
    รีบลงมาร่วมชะตากรรมด้วยกันซะดีๆ55555
     
     
     
    และแล้วก้อมีกระต่ายหูตกถึง6ตัวด้วยกัน
    นอกจากกระต่ายหูตกที่กำลังเดือด4ตัวอันประกอบด้วย กิฟ เบล จิงจิงและเตย
    ก้อมีกระต่ายวิน(ตัวใหญ่เกินจะเป็นกระต่ายไปหน่อยออกแนวหมีควายมากกว่า55)
    และุสุดท้ายกระต่ายบิ๊กที่ยังดูง่วงงุนไม่ตื่นดีและยังไม่มีสติพอจะรับรู้ว่าโดนท่านสั่งทิ้งไปแล้วแม้ว่าจะเป็นลูกรักก้อตาม
    และการผจญภัยของกระต่ายถูกทิ้ง6ตัวก้อเริ่มขึ้นแล้ว
     
     
    ประธานไอดี-ปลา
    ก้อโทรมาพยายามบอกทางพวกเรา
    สรุปได้ว่า
    ปลาก้อไม่รุเหมือนกัน555
     
    กิฟจึงตัดสินใจโบกรถ2แถวแล้วถามคนขับว่าไปเปรมประชายังไง
    ดีนะที่โรงงานเซรามิกส์นี่มันดังเป็นที่รุจัก...ไม่งั้นตายแน่......
     
    ตอนนี้ก้อรุแล้วว่า้ต้องไปลงกาดนะแล้วขึ้นรถอีกคันไป
    ค่ะๆๆๆ
    เอาล่ะวะเป็นไงเป็นกัน
     
    ขอให้จินตาการหน้าเบลขณะพูดประโยคนี้
    "ถ้ากูไปถึงก่อนนะ.....จะซะใจแม่งๆเลย"
     
     
    จิงๆแล้วทุกคนก้อเห็นชอบที่จะไปให้ถึงก่อนอาจานให้ได้
    เอาวะขอซักหน
    ท้าทายอำนาจมืด
     
     
    -------------------------------------------------------
    โปรดติดตามตอนต่อไป
     
     
     
     
     
    May 28

    ทริปเชียงใหม่-ภาคซวยแ้ว้ววว..

    ก้ออ่ะนะ
    ไม่ด้อัพเดทซะนาน
    มีผู้คนเรียกร้องให้เคลื่อนไหวสเปซเสียที
     
     
    5555
     
    เอาเป็นว่าเล่าให้ฟังกันต่อเลย
    ตอนนี้แทบจะไม่เหลือความทรงจำซะแล้วเนื่องจากผ่านไปนานแล้ว
     
    แต่แน่นอน สำหรับเหตุการณ์ไม่รุลืมย่อมจำได้แม่น
     
    จำไอ้เดียกะไอ้เบสที่โดนทิ้งได้ช่ายม้าาา
    แต่ใครจะรู่ว่ากิฟจะโดนเองกะตัว
     
     
    โดนนอาจานทิ้งไว้ที่โรงแรมมมมมมมมมมมมม
    โดนทิ้งเลยแบบว่าทิ้งกันต่อหน้าต่อตาให้ตามไปที่โรงานเองเลย
     
    เฮ้ยยยยยยยเอาจิงดิคะจาน!!!
     
     
    ไม่ได้ตื่นสาย----------------------ตรงกันข้ามที่จริงเป็นห้องพักห้องแรกที่ตื่นมากินข้าวเช้าแต่เช้าตรู่นกเพิ่งออกจากรัง
    ไม่ได้อู้กินข้าวเช้าเรื่อยเือยจนสาย----ตรงข้ามเป็นพวกแรกที่กินเส็ดแล้วเดินกลับไปรอที่โรงแรมก่อน
     
    เออเอาดิๆๆๆๆแล้ถูกทิ้งได้ไงกั๊นนนนนนนนนนนน
    อาจจะงงๆๆ
     
     
    ก้อแบบว่า
    เคยไปเที่ยวไม๊
    แล้วแปลกที่เนี่ยมันจะกระทำให้ร่างกายเกิดอาการมึนงงอ่ะนะ
    ที่ร่างกายจะเพี้ยนๆไปมันก้อมี2เรื่อง
     
    ---------นอนกะอึไง-----------
    ที่เวลาไปแปลกที่มันจะค่อนข้างมีปัญหาไง555
     
    ไอ้เรืองนอนมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกไปดูงานมาเหนื่อยจะตาย
    ไม่งั้นก้อเล่นไพ่กันไม่ยอมหลับยอมนอนอยู่แล้วด้วย
    ไว้ไปแอบงีบในรถไง....
     
    แต่ไอ้เรื่องอึเนี่ยดิ.....สตรีทุกคนเรียกว่าเป็นปัญหาระดับปฎิบัติการ
    เพราะงั้นทุกๆคนก้อพยายามให้เกิด"มิชชั่น"ทุกๆเช้า
    ไม่ว่าจะโดยการกินผักเปงจำนวนมากในระหว่างมื้ออาหาร  กินน้ำบิวด์กันสุดชีวิตทุกเช้า
    นวดหน้าท้องตามตำราว่าด้วยการอึในยามอยู่แปลกที่
    สารพัดจะหาวิธีมาทำให้เกิด"มิชชั่น"ให้จงได้
     
    ยามเช้าในห้องพักทั้งหลายของชาวไอดีโดยเฉพาะสตรีไอดี
    (พวกผู้ชายดูมันไม่ค่อยเดือดร้อนกะเรื่องนี้มั้งไม่เหงมันพูดไรเลยอ่ะ555 มีแต่พวกผู้หญิงที่มักจะมีปัญหากัน)
    คนที่"มิชชั่น-คอมพลีตต"ก้อจะยิ้มเริงร่าออกมาจากห้องน้ำพร้อมพูดเย้ยเพื่อนๆที่ยัง"ไม่คอมพลีต"
    ว่า"คอมพลีตแล้วเฟ้ย5555" ภูมิใจกันมากมายทีเดียวๆ
     
    ที่นี้กลับมาที่สาเหตุแห่งการถูกทิ้งไว้ที่โรงแรมกัน
     
    หลังจากมื้อเช้า(ตรู่)ที่กินกันที่ ร้านฝ้าย  อันเป็นร้านขายอาหารเช้าที่
    (รุ่นพี่ที่เคยมาว่ากันว่าฮิฟและคูลสุดแล้วในละแวกที่พักนั้น)
     
    เราทั้งหลายก้อนั่งละเลียดมื้อเช้า
    อันประกอบด้วย ขนมปังปิ้งแผ่นมินิ นมหรือน้ำส้มต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างนึง
    แฮม(ชิ้นเล็กมากและบางมากๆ) และไส้กรอกอันน้อยๆน่าเอ็นดู
    และไม่น่าจะเป็นมื้ออาหารที่ทำให้อิ่มกะเช้าวันนี้เล้ยยย5555
    เอาล่ะเมื่อจานใหญ่น่าประทับใจแต่ของกินอยู่ในไซส์มินิเหล่าน้นถูกกวาดลงท้องเล็กของพวกเราไปหมดแล้ว
     
    เรา4สาวผู้ร่วมห้องพักอันประกอบด้วย
    กิฟ เบล เตยและจิงจิง 
    ก้อเดินจรลีฝ่าความหนาวเหน็บของเช้าตรู่ที่เชียงใหม่กลับไปทีโรงแรมแพดดี้ฟิวด์
     
    พอถึงประตูห้องทุกคนก้อแย่งห้องน้ำกันเพื่อปฎิบัติมิชชั่น555
    แต่เนื่องจากกิฟมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะปฎิบัติมิชชั่นและมีโอกาสคอมพลีตสูงว่าคนอื่นๆ
    ดังนั้นอีก3สาวจึงอนุมัติให้กิฟได้ห้องฎิบัติการไปก่อนคนแรก
     
    และก้อเป็นไปตามที่คาดกันเพราะว่ากิฟมิชชั่นคนแรกและแน่นอนว่า"คอมพลีตตตต"5555
    แล้วก้อไปนั่งรอ3สาวที่เหลือผลัดกันเข้าห้องน้ำ
    ตอนนั่นชิวๆไม่รีบร้อนเพราะกิฟใช้เวลาปฎิบัติการไม่นาน
    แต่3สาวนั้นใช้เวลากันนานมาก
    ได้ข่าวว่ารถออกแปดโมงนะจ้ะอีกห้านาทีจะแปดโมงแล้วด้วย
    แต่ยังนิ่งนอนกลิ้งบนเตียงดูกาตูนกันไม่ร้อนใจกันเลยซักคนเดียว
     
    และแล้วโทรสับก้อกริ๊งงงมา
    "เฮ้ยยยย พวกมึงลงมาด่วน รถจะออกแล้ว"
    "โอเคๆกะลังจะลงไปไอ้เตยมิชชั่นเพิ่งคอมพลีต"
    "เฮ้ยเร็วเว้ยลงมาด่วน"
     
    ืแบบว่าคิดในใจว่า"จะรีบไรนักหนาฟ่ะอีกตั้ง5นาทีถึงจะแปดโมง"
    อ่ะนะยังไม่สำนึกถึงลางร้ายยยย......ขอบอกว่ารถบัสนั้นจะจอดอยู่โดยปกติท่หน้าโรงแรมลงมาก้อเจอเลย
    แต่ว่าพอไอ้กิฟก้าวหน้าออกพ้นประตูโรงแรมเท่านั้น
     
    รสบัสซึ่งจอดห่างไป2.50เมตรนั่นก้อได้รับคำสั่งให้เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปสู่โรงงานเปรมปะชาเซรามิกส์
     
    คำจำกัดความสั้นๆที่ดังกึกก้องอยู่ในสมองน้อยๆของ4สาวคือ
     
    "กูโดนทิ้งงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!"
     
    ------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    โปรดติดตามต่อไป5555
     
     
    January 24

    ทริปนี้พวกแกห้ามมาสายเข้าใจไม๊

     
    เรื่องตรงต่อเวลาเป็นเรื่องที่พวกเราโดนกวดขันจาก"ท่าน"มากที่สุดมาตั้งแต่บรีฟเรื่องทริปนี้
     
     
    เป็นอันเข้าใจกันว่า
    ต้องมาขึ้นรถตอน6โมง(6โมงแปลว่า6โมงเข้าใจไม๊) และสำทับด้วยประกาศิตอีกว่า
    "ถ้าสายแกก้อนอนต่อไป...ไว้ค่อยมาลงใหม่ตอนปีหน้า"
     
    ไงล่ะ...คิดว่าประกาศิตจะไม่เป็นจริงเหรอ...หือ...
    เมื่อมีประกาศิตทุกคนก้อท่องจำใส่ใจแต่บางทีหลับไปๆมันก้อลืมว่า"ท่าน"มีประกาศิตไว้ว่าไรบ้าง555
    แล้วถ้าฝ่าฝืนประกาศิตโดยมิตั้งใจโดยการมาสายกว่า6โมงเช้าล่ะจะเกิดไรขึ้นครับพี่น้องงงงงง
     
     
    ขอให้จินตนาการภาพตามมเหตุการณ์ต่อไปนี้
     
     
    "เอ้า..ออกรถ"
    "อาจาร์ยขาเดียกะเบสยังไม่มาเลยค่ะ"
    "ไม่เป็นไร..ก้อเดี๋ยวให้มันขับตามไปเจอที่สุโขทัยเลยไง"
    ".....(เวรแล้วเพื่อนตูส์)"
    "มันบอกว่าให้ขับชะลอๆช้าๆรอหน่อยค่ะ"
    "ไม่ได้....ชะลอไม่ได้เสียเวลาเดี๋ยวกำหนดการ์ณจะผิดหมด"
     
     
    ว่าแล้วรถบัสสีขาวคันใหญ่ก้อเคลื่อนกระบวนออกจากตึกไอดีตามประกาศิตที่มิอาจจะบิดพลิ้วได้
     
     
    ส่วนเพื่อนเรานั้นไอ้เบสมาโผล่ขึ้นก่อนหรือเดียมาโผล่ก่อนนี่จำไม่ได้แล้ว
    จำได้แต่ว่าตอนเดียวให้แม่ซิ่งรถมาเนี่ย รถบัสพวกเรากะลังจะเข้าช่องเก็บเงินทางด่วน
      แล้วมีประกาศิตมาว่า
     
    "เดียมาแล้วค่ะอาจาร์ย"
    "เอ้าขับเลยเข้าไปเลย  มันจะได้ตามเข้ามาจ่ายค่าทางด่วนด้วยมาสายเนี่ย"
     
    ว่าแล้วพี่โชเฟอร์ก้อกระทำตาม
    เป็นไง"ท่าน"เนี่ยแสบซ่านสะใจป่ะล่ะ?
     
    นี่แค่เบาะๆใครจะรู้ว่าประกาศิตเรื่องตรงเวลาของท่านนั้นสุดย้อดดดขนาดไหน  เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อในตอนพิเศษ"ภาคซวยแล้วตู"
     

    ฟิวด์ทริปเชียงใหม่เจ๊า..

    นานๆน๊านนนนน...จะอัพเรื่องให้อ่านกัน
    อย่าว่าหนูเลยนะ
     
    ค น มั น ง า น เ ย อ ะ
     
     
     
    เอาล่ะๆ filed trip เป็นวิชาเรียนตัวนึงของคนที่มีความสามารถอดทนถ่อเรียนไอดีมาได้ถึงปี3 
    คือถ้าอดทนทายาดต่อความอุดอู้ในอารมณ์ไม่ซิ่วไปก่อนในการทอผ้าตอนปี2ก้อจะได้มาทริปนี้แน่นอน55
     
    ทริปนี้ไม่ใช่ทริปแรกของคนไอดี
    ตอนปี2ก้อมีทริปแล้วคือ ทริปเทกซ์ทาลย์(textile-ผ้า)
    เป็นทริปที่มันส์มาก  ตะลอนๆกัน5วัน4-5จังหวัด อารมประมาณว่า  ค่ำนี้นอนจังหวัดนึงเช้าวันรุ่งขึ้นแพคกระเป๋าเดินทางต่อไปอีกจังหวัดนึง
     
     
    แต่นั่นมันก้อนานแล้วจำไม่ค่อยได้
     
     
    เอาเป้นว่าเอาทริปนี้แหละ   โหด-มันส์-ฮา  แน่นอนครับท่าน
    โปรแกรมแพคเกจ  กรุงเทพ-สุโขทัย-เชียงใหม่
    19-20มกราคม
     
    October 23

    คอตโต้ดูดวิญญาณ5

    ว่าด้วยการผ่อนคลายความเครียดระหว่างโปรเจคส้วมอันยืดเยื้อยั่งกะสงครามเวียดนาม555
     
    ก้อเวลาทำโมเดลเนี่ยจะต้องลงโป๊วแล้วรอโปวแห้งแล้วขัดแล้วโป๊ว+รอแห้งๆๆๆๆๆโป๊วๆๆๆๆขัดๆๆๆๆไปเรื่อยๆ
    ไอ้ระหว่างรอแห้งนี่แหละคือเวลาพัก
    เราก้อจะหาอะไรคลายเครียด+แก้ว่าง  เช่น
    ยกตัวอย่างระหว่างโป๊วเราก้อจะมีบทสนทนาประมาณนี้
     
    "มาเล่นเกมส์กันๆ"
    "เกมไร?"
    "มาเดาว่าใครเลือดกรุ๊ปอะไร"
    "หน้าตาแกงี้เรางว่าแกกรุ๊ปโอ"
    "เหรอเราว่ามันกรุ๊ปบีป่าว"
    "เรารู้อยู่แล้วว่ามันกรุ๊ปอะไร"
    "เรากรุ๊ปเอว่ะแก"
    "เหงม่ะโคดตรงเลย555"
     
    ดูมีสาระเน๊อะ5555
     
    แต่ถ้าว่างนานมาก แบบว่าเอาที่ขัดโป๊วเรียบร้อยแล้วไปพ่นสีที่ช้อปเราก้อจะว่างนนานขึ้นเพราะสีมันแห้งช้า
    กิจกรรมล่าสุดที่ทำกันวันนี้คือ......ดูหมอ55555
    เนื่องจากน้องรหัสของปรินคือน้องปิ๋งมาเยี่ยมเยียน  และน้องคนนี้ขึ้นชื่อว่าดูลายมือแม่นหนักหนา
    (แต่กิฟไม่ได้ให้น้องดูหรอกนะเป้นคริสเตียนไม่ดูหมอหรอกเพราะชีวิตคนเป็นคต.ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือของตัวเองแต่อยุ่ในพระหัตถ์พระเจ้าตังหาก...นี่ขอโฮลี่ๆ)
    ระหว่างนี้ก้อจะเป็นแบบ
     
    "น้องปิ๋งพี่จะมีดวงได้แต่งงา นตอนอายุเท่าไหร่"
    "ซัก30คับ"
    "ดูไงอ่ะ"
    "ก้อนี่ไงคับเส้นนี้มันไกลๆ"
     
    "น้องปิ๋งพี่มีโอกาสได้ไปอยู่ต่างประเทศบ้างป่าว  ไหนๆมีเส้นเดินทางป่ะๆๆๆ"
    "เส้นมันสั้นอาจจะได้ไปแป๊บเดียวอ่ะคับ"
     
    "เส้นนี้คล้ายๆเส้นเซ็กส์นะครับพี่"
    "แปลว่าไงมีแล้วไม่จิ้นเหรอน้อง?"
    "เส้นเซ็กส์หน้าตาเป็นไงอ่ะปิ๋ง"
    "เออ..มีปากกาไม๊คับเด๋วผมเขียนให้ดู"-------แล้วน้องก้อเขียนให้ดูจิงๆ5555+++
    "เดียไหนมาดูเส้นเซ็กส์หน่อยดิๆ"------------เดียไม่ค่อยอยากให้ดูเท่าไหร่555+++
     
    "น้องบอกมีเส้นเล็กๆนี่มาผ่ากลางเส้นเนื้อคุ่ว่ะสงสัยมีมือที่3"
    "ถ้าเค้าไม่มีเส้นนี้แปลว่าเป้นเราเองว่ะ555"
     
    "มีเส้นนี้แปลว่าเป้นคนพูดจาโน้มนาวคนได้เก่งครับพี่"
    "เหรอๆแปลว่าพูดไรคนก้อเชื่อป่ะ ...แบบๆ เวลาตรวจแบบกะจานถ้าพี่พูดว่าอาจานคับงานผมดีมากเลยควรได้เอนะคับๆก้อได้ป่ะๆ?"
    "5555"
     
    แต่ถึงกิฟจะไม่ได้ให้น้องดูลายมือแต่ก้อไม่วาย...
     
    "ถ้านิ้วก้อยอยู่ที่ระดับนี้แสดงว่าเป้นคนพูดเก่งครับพี่ แบบสามารถพูดต่อหน้าสาธารณะชนได้คับ"
    "หรอๆ...ไอ้กิฟเอานิ้วก้อยมาดูหน่อยดิ๊ว่ายาวได้ระดับที่น้เองบอกป่าว"
    "อ่ะนะ!"-------หาว่าเราพูดมากอีกอ่ะดิ55555
     
    เอาน่าๆแก้เครียดๆแก้ว่างๆขำๆ
     
     
    October 21

    คอตโต้ดูดวิญญาณ3.5

    ที่เป็นตอนที่3.5ก้อเพราะว่าเพิ่งนึกได้ว่าตอนไปดูหนังมีเรื่องตลกๆอีก
     
     
    ก้อไปดูเดอะเดวิ่วใช่ป่ะล่ะ
    แล้วตอนท้ายๆเรื่องเนี่ยนางเอกก้อไปกุ๊กกิ๊กกะผู้ชายอีกคนที่มาจีบระหว่างที่ทิ้งแฟนพ่อครัวมาที่ปารีสกะเจ้านายจอมใหด
    น้องปอนนั่งๆดูอยุ่เป็นฉากนางเอกกะลังลั่นล้ากะพ่อหนุ่มอยุ่หน้าโรงแรม  ก้อคุสคิสกันไปตามเรื่อง
    ว่าแล้วไม่พูดพล่ามทำเพลงน้องปอนก้อลุกไปฉี่(ไปห้องน้ำอ่ะไม่แน่ใจว่าหนัก-เบา/เสริมหล่อ555)
    ส่วนหนังเดอเดวิ่วหลังจากคุสคิสกันไประยะหนึ่งก้อตัดไปฉากเช้าวันรุ่งขึ้นบนเตียงเลย ส่วนน้องปอนก้อเดินเข้ามาพอดีฉากนางเอกลุกขึ้นจากเตียง
    คำถามของน้องปอนคือ.....
     
    "ปอนพลาดไรไปอ่ะ????"
     
     
     
    ว่าง่ายๆคือปอนมันนึกว่าพลาดฉากสำคัญ
     
     
    จิงๆไม่มีหรอกก่ะน้องปอนมันก้อต่อมาจากคุสคิสเมื่อกี้แหละค่ะ
    เค้าไม่มีฉากอยางว่าค่ะไม่ต้องกลัวว่าพลาดค่ะปอน5555555++++ไม่พลาดค่ะๆ
    โอ๋ๆๆๆไม่ต้องเสียใจค่ะปอน
     

    คอตโต้ดูดวิญญาณ4

    อ่ะเล่ากันต่อ.....
     
    สรุปไปทำคอตโต้ที่คณะมา3วัน2คืนไม่กลับบ้านกลับช่อง
    ว่าด้วยเรื่องห้องน้ำของไอดีกันดีกว่า
     
     
    ห้องน้ำที่ไอดีเนี่ยชั้น1จะเป็นแบบที่มีทั้งช.และญ.
    ส่วนชั้นสองจะเป็นของ ญ.
    ชั้น3จะเป็นของ ช.
    สลับกันทุกชั้นแบบนี้แล
     
    ดังนั้นไปอยู่คณะชั้น4มา3วันช่างโชคพดีที่ห้องน้ำเป็นห้องน้ำหญิง555ไม่ต้องเดินเท่าไหร่
    แต่กระนั้นก้อตามกลุ่มเราก้อมีบุรุษอยู่นายหนึ่งช่ะมะ?
    แน่แหละตอนแรกๆไอ้น้องปอนมันก้อขึ้นไปใช้ห้องน้ำชั้น5
    แต่ไปๆมาๆไหงกลายเเป็นเรายืนล้างมือล้างหน้าข้างๆกันได้แหละนี่555
    ก้อเดินบ่อยๆมันก้อเมื่อยน้องปอนมันเลยเนียนใช้ห้องน้ำเดียวกะพวกเราไปเลย
    รวมไปถึงหนุ่มๆกลุ่มอื่นๆเช่นไอ้กิตดำและตุ้มแลนที่ตามมาช่วยหวานใจ
    ซึ่งต่างก้อเนียนร่วมใช้ห้องน้ำหญิงชั้น4ไปด้วย
    ประมาณว่าไอ้ตุ้มเดินเข้าไปฉี่ขณะกิฟแปรงฟัน/ไอ้กิตกะปอนเดินสวนกับกิฟในห้องน้ำ/แปรงฟันในห้องน้ำเดียวกัน
    เหมือนอยู่บ้านเลยอะไรประมาณนั้น555
     
    และแล้วเช้าวันหนึ่งวันนั้นๆ...7นาฬิกา....อาจานกุลก้อมาเยียมเยี่ยนเพื่อดู(ส้วมของ)พวกเรา
    อาจานก้อถามทุกข์สุขของเราหลังจากดูสุขทุกข์ของส้วมพวกเราไปแล้ว
     
    "อืมยั่งงี้เวลาสรากร(น้องปอน)เข้าห้องน้ำก้อลำบากหน่อยนะเดินขึ้นๆลงๆ"
    "ไม่หรอกค่ะอาจาน"(คนอื่นตอบให้ไอ้ปอนเงียบๆ555)
    "ห้องน้ำชั้นนี้กลายเป้นยูนิเซ็กซ์ไปแล้วค่ะอาจาน...ปอนกะหนุ่มๆก้อใช้ที่นี่แหละค่ะจาน"
    "เหวอ...จิงเหรอสรากรอย่างงงี้ไม่รุสึกแปลกๆกันเหรอคะ?"อาจานช่างไร้เดียงสาเสียจิง...แป่ววววว....
    "อ่อสรากรลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นผู้ชาย..555"อาจานกุลแหย่ปอน
     
    "ไม่หรอกค่ะจาน  ไอ้ปอนไม่ได้ลืมว่าตัวเองเป็นผู้ชาย
    แต่พวกหนูต่างหากลืมไปแล้วว่ามันเป็นผู้ชายค่ะอาจาน"
     
    "5555555++++"
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    October 02

    คอตโต้ดูดวิญญาณ3

    อ่ะ...มีคนขำ...ดีใจๆ555
     
    วันนี้สอบฮิวแมนแฟกเตอร์....เรียนรู้เรื่องfatiqueอย่างถ่องแท้เลยปวดต้นคอมากๆ
    กิฟเบลหลังสอบ---ประมาณนี้
    "กิฟอยากกินพิซซ่าว่ะ"
    "เมื่อวานเพิ่งกินซิสเล่อร์มาเองง่ะแก"
    "ไม่มีชวนอ่ะ"
    "ก้อไปกินกะพี่ที่โบสถ์อ่ะ"
    "ไปหาไรดีๆกินกัน"-----ประโยคยอดฮิตของเบลล์เวลางานเส็ด/สอบเส็ด/อารมเปลี่ยว555
    "อืม"
    "ไปกินร้านญี่ปุ่น35บาทกัน"
    "โอเคร"----ถูกดี--ชอบบบบบ
    เก็บกระเป๋าข้าวของ...ตาเปงประกายปิ๊งๆ
    "เบื่อข้าวป้าเฟร้ยยยยยย!!!!"
    ไม่สะทกสะท้านต่อเพื่อนกลุ่มคอตโต้ที่นั่งแวดล้อมใกล้ๆกันในห้องสอบ ..... 
    อันที่จริงแล้วนั้นหลังสอบ...ตามจิตสำนึกของเดกดีแบบไอดีต้องรู้เองว่า
    "หลังสอบก้อต้องอยู่ทำแบบคอตโต้....เข้าใจ๊???"
    เข้าจายๆๆๆๆๆด้วยความเขิลเล็กๆจึงต้องชวนพวกพ้องคอตโต้ไปร่วมก่อคดีหนีงานไปกินไกลๆด้วยกันจะได้ไม่รุสึกผิดมากนัก
     
    "ไปด้วยกันป่ะน่อย/จิ๊บ/ปริน???น้องปอนไปป่ะๆๆกินข้าวสยามกัน"
    "...."----น้องปอนก้มหน้าก้มตาสงสัยจะเครียดกะการประเมินอาจารย์หลังการสอบ+ส่ายหัวเล็กน้อยแปลว่า"ไม่อ่ะปอนไม่ไป"
    "อือก้ออยากไปนะแกร"---น่อยหันไปหาปริน
    "ร้านนั้นไม่อร่อยง่ะ"---ปริน---จิงๆมันก้ออร่อยนะไม่รุปรินไปกินเมนูไหนที่ไม่อร่อยมากๆแน่เลย*ราเมนคามาโบโกะอ่ะป่าวปริน?
    "งั้นไม่ไปล่ะแก..."น่อยเสียงเซงเล็กๆ
     
    ด้วยเหตุนี้กิฟเบลล์พิ้ง(ยัยพิ้งก้อห้อยมาไม่ทำงานทำการเช่นกัน)ก้อไปกินข้าวสยามและวางแผนเดินช้อปปิ้งก่อนกลับ...อิอิ
    กะเวลาให้ทุกคนเริ่มแบบคอตโต้จิงจังจะกลับไปเบรนสตรอมทันที
    เพื่อเช็คว่าการหนีเที่ยวครั้งนี้ไม่ทำให้กิฟ+เบลถูกเพื่อนคอตโต้แบนน
     
    "ฮาโหลน่อย...อือ...อ้าว....เฮ้ย...55จิงดิ?"
    กิฟงง....คุยไรวะ?
     
    สรุปง่ายๆคือนึกเหรอว่าจะแค่กิฟ+เบลที่จะมาชิว
    นังพวกที่เหลือก้อแห่กันเข้าสยามมาดูThe Devil wears Pradaกันหมดแว้วว
    "ดูป่ะกิฟ"
    "เดอะเดวิ่วเหรอๆๆๆๆๆๆๆๆๆดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
    "ไปด้วยอีก2น่อย555"
    แล้วใครอยุ่ทำแบบล่ะ?
    ปริน?????
    กิฟ-เบลก้อกะลังคิดอยู่ว่าไอ้พวกนี้มันหนีมาดูหนังได้ไง
    ปรินปล่อยมาได้ไงฟร่ะ
    หรือปรินไปทำลายไทยส่งอาจานอยู่เลยยังไม่เวิกคอตโต้???
     
    หารู้ไม่พอเดินมาถึงสกาล่า....
     
     
    ปรินก้อมาเดอะเดวิ่วแวร์สปราดาเหมือนก๊านนนนนน
     
     
    สรุปว่าชาวบ้านกลุ่มอื่นเค้าทำคอตโต้กันอีกลุ่มที่ไม่มีแบบที่ซู้ดดดด
    มานั่งอยุ่กันในสกาล่าหน้าสลอนนนนนนโว้วววววว...
     
    พวกเรามาศึกษาด้านสไตลลิ่งก่อนไปออกแบบส้วมคนแก่แบบปราดาค่ะตามคำแนะนำค่ะอาจานเถกิง5555
    September 28

    คอตโต้ดูดวิญญาณ2

    ป่าวๆ
    ก้อแค่จะเล่าให้ฟังว่าในระหว่างที่เดกไอดีกะลังกลุ้มกะงานกะแบบที่แมร่างไม่ยอมลงตัวมันก้อเครียดอ่ะแหละ
    แต่ว่ามันก้อมีเรื่องให้ขำตลอด
    ก้องี้นะ
    ในกลุ่มมีกิฟ+ปริน+น่อย+จิ๊บ+แป้ง+เบล+น้องปอน
    สตรีล้วนยกเว้นน้องปอน
    ทุกคนจะเกรงใจปรินเสมอ เพราะปรินขยันทำงาน
    เวลาให้อยากกลับบ้านก็ไม่รุดิต้องไปขออนุญาตปริน(ปรินไม่ได้ว่าอารายซะหน่อยอยากกลับก้อกลับดิ๊)แต่นั่นแหละ
    ทุกคนก้อยังต้องไปขอปรินอยุ่ดี55555
     
     
    อยุ่มาวันนึงขณะคิดแบบกัน
    ทุกคนเบื่อกับการคิดงานม๊ากๆๆๆๆ
    น้องปอนกะน่อยเลยวางแผนกัน
     
    ประมาณนี้
     
    "อยากกลับบ้านแย้วอ่ะ"
    "เอางี้ดิ"
    "ไงอ่ะ"
    "เราก้อไปโทสับเข้าเครื่องปริน  แล้วบอกว่ากลับบ้านด่วน"
    "เราจะได้กลับบ้านกันไง"
    "ดีๆ เอาเลย"
    "แล้วใครจะเป็นคนไปโทรดีอ่ะ???"
    "5555555++++"
     
    อีก2วันถัดมาพอทุกคนเซงกะแบบ
    น่อยชี้ไปที่ตู้โทรสับสาธารณะนอกดีไซน์เซ็นเตอร์แล้วพูดกะปอนว่า
     
    "you go and call her"
    ทุกคน555555++++
     
     
    September 27

    คอตโต้...โปรเจคดูดวิญญาณ

    ม่เคยคิดเลยว่า "ส้วม"และ"คนแก่"
    จะทำให้เหนื่อยกาย+สมอง+ใจได้มากมายเท่านี้
     
     
    ทำแบบกันด้วยความเซงจนเกือบลืมไปแล้วว่าจิงๆโปรเจคนี้มันสนุกน่าทำ
    ไม่รุว่าพวกเราสูญเสียความสนุกในการทำงานไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?
     
     
    หลังจากทำแบบกันมาหลายสัปดาห์
    เมื่อวันเสาร์จึงเริ่มมหากาพย์โมเดลเท่าจริง
               เท่าจริง
     
     ไม่ได้อะไรนะ....ก็มันเกิดมาไม่เคยทำอ่ะ
     
     
    เช้าวันเสาร์เริ่มทำงานตั้งแต่เช้า  ทำไปจน5ทุ่มก้อกลับบ้าน
    เช้าวันอาทิยต์เอาใหม่+ไปโบสถ์ตอนบ่ายๆด้วยความเอื้อเฟื้อของเพื่อนๆในกลุ่มที่ไม่ได้ประนามการโดดงานแต่อย่างใด
    และกลับมาทำต่อไปเรื่อยๆ..........ตี1แล้ว....ตี2...3.....4.....5.....6โมงฟ้าสางที่ไอดี
     
    ไว้จะมาเล่าดีเทลให้ฟัง
     
    ตอนนี้ไปอ่านหนังสือสอบแป๊บนะ
     
     
    July 02

    BLUE FRINGE

     
    And the LORD spake unto Moses, saying,
     
     38
    Speak unto the children of Israel, and bid them that they make them fringes in the borders of their garments throughout their generations, and that they put upon the fringe of the borders a ribband of blue:
    39
    And it shall be unto you for a fringe, that ye may look upon it, and remember all the commandments of the LORD, and do them ; and that ye seek not after your own heart and your own eyes, after which ye use to go a whoring:
     
    40
    That ye may remember, and do all my commandments, and be holy unto your God.
    41
    I am the LORD your God, which brought you out of the land of Egypt, to be your God:
     
    I am the LORD your God.
     
     
    June 13

    ไม่ร้องไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บ

     
     
    การไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวด
    ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บปวด
     
     
    การไม่แสดงถึงความอ่อนแอให้เห็น
    ไม่ได้แปลว่าแข็งแกร่งหรือเข้มแข็ง
     
     
    การไม่มีน้ำตาให้เห็น
    ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ร้องไห้
     
     
     
    May 30

    เพลงที่ทำเอาน้ำตาร่วงในช่วงนมัสการ

    All In All                                         ทรงเป็นดวงใจของฉัน
     
     
    You are my strength when I am weak,                                 ทรงป็นเรี่ยวแรงยามใจอ่อนแอ 
     You are the treasure that I seek                                          ทรงเป็นสรรพสิ่งที่ฉันต้องการ 
    You are my all in all.                                                               ทรงเป็นดวงใจของฉัน
     
    Seeking You as a precious jewel,                                        อยากจะได้พระองค์มากกว่าทอง 
     Lord, to give up I’d be a fool                                              อยากจะพ้นจากจิตใจเศร้าหมอง
    You are my all in all                                                              ทรงเป็นดวงใจของฉัน
     
     Jesus. Lamb of God                                                                เยซู  นามพระเจ้า 
     Worthy is Your name                                                              นามพระองค์ทรงคุณอนันต์
     Jesus, Lamb of God                                                                เยซูนามพระเจ้า
     Worthy is Your name                                                              ทรงพระคุณอนันต์
     
    Taking my sin, my cross my shame                                       ทรงชำระความอบายอับอาย 
    Rising again I bless Your name                                             จิตใจฉันจะสรรเสริญเรื่อยไป
    You are my all in all                                                               ทรงเป็นดวงใจของฉัน
     
     When I fall down You pick me up                                              เมื่อฉันล้มลงทรงเฝ้าประคอง
     When I am dry You fill my cup                                                  เมื่อฉันเหน็ดเหนื่อยพระองค์เพิ่มแรง
                                                                        
    You are my all in all.                                                                ทรงเป็นดวงใจของฉัน
     
     
    Words and music By Dennis Jernigan
    1991 Shepherd’s Heart Music
    May 24

    เกรดหนอ...เกรด.....

     
     
    เกรดมันจะถึง3ไม๊วะเทอมนี้.........
     
    เกิดมายังไม่เคยได้ต่ำกว่า3เลย....
     
    เว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
     
    อยากร้องไห้เว้ยยยยยยยยยยยยยย
     
    บ้าเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
     
    May 23

    พ่อคะ.....

     
     
    ......พ่อคะหนูเหนื่อยค่ะ.....ถ้าหนูเส็ดงานของโลกนี้แล้วขอหนูกลับบ้านนะคะ.....
    เจ๊น้อยถึงเจ๊จะคิวก่อนยังไงแต่ถ้ากิฟเส็ดงานแล้วกิฟก้อตีตั๋วกลับบ้านก่อนล่ะนะ
    เอ้างานๆๆรีบมาเร็วๆ......เส็ดงานแล้วจะได้กลับบ้านซักที.......
     
     
    I  wanna draw near you,Lord.

    นิทานเรื่องโปรดของกิฟท์

    กิฟจะเล่านิทานเรื่องโปรดของกิฟให้ฟังนะ555
    แต่งโดยแมกซ์  ลูคาโด
     
     ในหมู่บ้านนึงมีหุ่นไม้อยู่รวมกัน หุ่นไม้ทุกตัวถูกสร้างขึ้นโดยช่างไม้คนเดียวกัน
     
    ทุกๆวันหุ่นไม้เหล่านี้จะทำอยุ่อย่างเดียวคือแปะสติ๊กเกอร์ให้กันและกัน
    หุ่นไม้แต่ละตัวจะมีกล่อง1ใบ ในนั้นมีสติ๊กเกอร์2แบบ
     แบบแรกเป็นดาวสีทองอีกแบบเป็นวงกลมสีเทา
    ดาวสีทองจะแปะให้กับหุ่นไม้ที่เก่ง มีความสามารถพิเศษหรือสวยงาม
    ส่วนหุ่นไม้ที่ไม่เก่ง ทำท่าประหลาดๆไม่สวย ไม่มีความสามารถจะถูกแปะวงกลมสีเทา
     
     
     มีหุ่นไม้ตัวนึงชื่อว่า ปันเนชิโร่ ปันเนชิโร่มักจะโดนแปะวงกลมสีเทาตลอดเวลา
    เพราะเค้ามีสีถลอกลอกๆ แล้วก้อไม่เก่งอะไรซักอย่าง
    เวลาที่เค้าสะดุดล้มหรือทำพลาดหุ่นไม้ตัวอื่นๆก้อจะเอาวงกลมสีเทามาแปะให้กันใหญ่
    หุ่นไม้บางตัวเห็นว่าปันเนชิโร่มีวงกลมสีเทาเยอะจาการที่โดนหุ่นตัวนู้นตัวนี้แปะไว้เลยเหมาเอาว่าปันเนชิโร่เป็นหุ่นที่ไม่ดีเลยเอาวงกลมสีเทามาแปะเพิ่มเข้าไปอีกเรื่อยๆ
     
    ปันเนชิโร่เลยพลอยคิดไปว่าตัวเค้าเองเป็นหุ่นไม้ที่ไม่ดีจริงๆ แล้วก้อแยกตัวออกไปอย่างเสียใจ
     
    แล้วปันเนชิโร่ก้อเจอหุ่นไม้ตัวนึงที่แปลกมากๆเพราะว่าหุ่นตัวนี้ไม่มีวงกลมสีเทาหรือดาวสีทองแปะอยู่บนตัวเลย หุ่นตัวนี้ชื่อ ลูเชีย ปันเนชิโร่เลยถามว่าทำไมลูเชียจึงไม่มีอะไรแปะอยุ่เลยและยิ่งน่าประหลาด
    เพราะเมื่อหุ่นตัวอื่นเห็นลูเชียไม่มีอะไรแปะอยู่เลยบางตัวก้อนึกว่าเอเป็นหุ่นที่ดีจึงเอาดาวทองไปแปะให้
    แต่ดาวทองก้อร่อนออกไม่สามารถติดอยู่บนตัวลูเชียได้
    และหุ่นบางตัวเห็นลูเชียไม่มีอะไรแปะอยู่เลยคิดไปว่าลุเชียไม่ดีจึงจะเอาวงกลมเทามาแปะให้แต่ก้อแปะแล้วหลุดออกเช่นกัน
     
     ปันเนชิโร่อยากเป้นแบบลูเชีย เค้าไม่ต้องการมีอะไรมาแปะอยุ่บนตัว ลูเชียบอกแต่เพียงว่าให้ปันเนชิโร่ไปหาเอลี
    ช่างไม้ที่เป็นคนสร้างหุ่นไม้ทุกตัวในหมู่บ้าน
    แล้วเธอก้อเดินร้องเพลงอย่างมีความสุขจากไป
    ปันเนชิโร่เลยตั้งใจไปหาเอลี
     
    บ้านของเอลีเป็นบ้านหลังใหญ่อยู่บนภูเขา
     
     ปันเนชิโร่ค่อยๆเดินเข้าไป
     
    "ปันเนชิโร่เองหรือ?" เสียงๆหนึ่งถาม เอลีนั่นเอง
     
    "ท่านรุจักผมด้วยเหรอครับ?" เอลีอุ้มปันเนชิโร่ขึ้นมาก่อนจะพูดต่อไปว่า
     
    "รู้จักสิ เรารู้จักเจ้าดี เพราะเราเป็นคนสร้างเจ้าเองกับมือของเรา เจ้าเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับเรา"
     
    "ผมน่ะเหรอเป็นสิ่งสำคัญ เป้นไปไม่ได้หรอกเพราะผมน่ะไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ ไม่มีอะไรดีเลยแล้วหุ่นตัวอื่นๆก้อพากันเอาวงกลมสีเทานี่มาแปะที่ตัวผมเต็มไปหมดเพราะเค้าเห็นว่าผมเป้นหุ่นที่ไม่ดี"
     
     "ไม่จริงหรอกปันเนชิโร่ เจ้าเป้นหุ่นไม้ที่เรารักและให้ความสำคัญมาก และเราหวังจะให้เจ้าเข้ามาหาเราทุกวัน"
     
     "ผมอยากรู้ว่าทำไมถึงไม่มีใครสามารถแปะสติ๊กเกอร์บนตัวลูเชียได้เลย"
     
     "นั่นเป้นเพราะว่า ลูเชียให้ความสำคัญกับความรักและความสำคัญในสายตาของเราผู้สร้างเธอขึ้นมามากกว่าความคิดของหุ่นตัวอื่นๆยังไงล่ะ สติ๊กเกอร์ความอคติสีเทาหรือดาวสีทองจึงไม่มีความหมายและหลุดร่อนออกไป สติ๊กเกอร์เหล่านั้นจะติดอยู่ได้ก้อต่อเมื่อเจ้าให้ความสำคัญกับมัน ถ้าเจ้ามั่นใจในความรักของเรา เจ้าก้อจะใส่ใจสติ๊กเกอร์น้อยลง"
     
    "ผมไม่ค่อยเข้าใจครับ"
     
     เอลียิ้มให้ปันเนชิโร่
     
     "แล้ววันนึงเจ้าจะเข้าใจ ตอนนี้เจ้ามีวงกลมสีเทาอยู่เต็มไปหมด แต่ตั้งแต่นี้ไปเจ้าจงเข้ามาหาเรา เพื่อเจ้าจะเข้าใจว่าเรารักเจ้ามากมายเพียงใด"
     
     เอลีวางปันเนชิโร่ลงแล้วพูดย้ำอีกว่า
     
     "จำไว้นะปันเนชิโร่ เจ้าเป็นสิ่งพิเศษสุดสำหรับเรา เพราะเราสร้างเจ้าขึ้นมาและเราไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลย"
     
     "เอลีคงหมายความเช่นนั้นจริงๆ" ปันเนชิโร่คิด
     
    ทันใดนั้นวงกลมสีเทาอันนึงก้อหลุดร่อนออกจากตัวเขา
     
    May 22

    BEFORE......

     
     
     
    Before you  speak.............listen
     
    Before you  write...............think
     
    Before you  spend..............earn
     
    Before you  criticize............wait
     
    Before you  pray...........forgive
     
    Before you  quit....................try
     
    May 21

    MY DIARY: สดุดีขอบพระคุณ

    โมทนาพระคุณเพราะพระเจ้าทรงเป็นความรักนิรันดร์กาล
     
     
    โมทนาความรักนิรันดร์กาลของข้าพระองค์
         ผู้ทรงเป็นส่วนอยู่ภายในข้าพระองค์แม้ในวันเวลาที่ทุกข์ใจ
    เมื่อความทุกข์ระทมกระโจนใส่ข้าพระองค์
         เมื่อข้าพระองค์จมลงในความขมขื่น
    ข้าพระองค์เดินอยู่อย่างวางใจและไม่ระวัง
         ข้าพระองค์จึงดั่งถูกทรยศและล้มพลาด
    แล้วที่ข้าพระองค์เคยมีก็ว่างเปล่า
         ที่ข้าพระองค์ยึดไว้ก็สูญไปไม่มีอีก
         ข้าพระองค์เป็นขยะที่ถูกทิ้งซ้ำๆ
    ข้าพระองค์ตัดพ้อพระองค์ว่า"เหตุใดพระองค์จึงไม่รับคำต่อรองของข้าพระองค์"
         ข้าพระองค์เทคำคร่ำครวญลงต่อหน้าพระเจ้าผู้ทรงสดับฟังอยู่
    กลางวันข้าพระองค์เหนื่อยหน่าย
         กลางคืนความเศร้าเคาะเรียกข้าพระองค์
    ภายในของข้าพระองค์แห้งแล้งและตีบตัน
         แต่ที่นอนชุ่มโชกด้วยการร้องไห้
    จิตใจของข้าพระองค์เป็นเหมือนของที่ตกกระจัดกระจายไป
         มารก็กรอกความสงสัยในพระองค์ให้ข้าพระองค์
    แต่เมื่อข้าพระองค์จับจ้องความจริงของพระองค์
         ข้าพระองค์ได้พบการเล้าโลมใจ
    ข้าพระองค์ว้าเหว่และเป็นทุกข์มากนัก
         แต่พระสัญญามั่นคงของพระองค์โอบกอดข้าพระองค์
    พระเจ้าทรงดึงความเงียบที่ครอบปากข้าพระองค์ออก
         พระองค์ทรงใส่เพลงในปากข้าพระองค์
         แล้วความชื่นบานก้อไหลชะล้างความขมขื่น
    พระองค์ใช้คนและงานของพระองค์เยียวยาข้าพระองค์
         พระองค์ทรงปลอบประโลมและให้เกียรติข้าพระองค์
    เมื่อข้าพระองค์มองสิ่งทรงสร้าง
         พระองค์ยืนยันกับข้าพระองค์ว่า ข้าพระองค์ประเสริฐกว่าเหล่านั้นทั้งหมด
         และทรงรักข้าพระองค์เหนืออื่นใด
    พระองค์ทรงร้องไห้ร่วมกับข้าพระองค์    
         ทรงเข้าส่วนในความทุกข์ของข้าพระองค์
    ข้าพระองค์จึงรักพระองค์
         ข้าพระองค์จึงสรรเสริญโมทนาพระคุณของพระองค์
    โมทนาพระเจ้า  ความรักนิรันดร์กาลของข้าพระองค์
         พระผู้ทรงเป็นส่วนภายในข้าพระองค์แม้ในวันเวลาที่ทุกข์ใจ
     
     
    โคลงฮีบรูสดุดีขอบพระคุณแต่งที่ค่ายDIARY-บันทึกด้วยเพลง   บรรเลงด้วยใจ   20/05/06
    May 13

    u are precious in my sight.

     
     
     
    เคยเห็นทะเลมหาสมุทรที่สวยงามกว้างใหญ่ไม๊.......พระเจ้าเห็นว่าคุณสำคัญมากกว่ามหาสมุทรใหญ่นั้น
     
    เคยเห็นดวงดาวนับล้านดวงที่ทอแสงเป็นประกายงดงามจับตาในท้องฟ้ายามค่ำคืนไม๊.......พระเจ้าเห็นว่าคุณงดงามมากกว่าเหล่าดาวนั้น
     
    เคยเห็นดวงอาทิตย์ที่สาดแสงแรงกล้าเจิดจ้าบนท้องฟ้านั่นไม๊......พระเจ้าเห็นคุณสำคัญกว่าดวงอาทิตย์เจิดจ้านั่น
     
     
    เคยเห็นภูเขาแข็งแกร่งสูงใหญ่ไม๊.............พระเจ้าเห็นคุณ....มนุษย์ตัวเล็กๆ...สำคัญกว่าภูเขาโตใหญ่นั่น
     
     
    คุณเห็นอะไรบ้างในโลกใบนี้.....จะสิ่งซึ่งใหญ่โต  หรือซึ่งสวยงาม  หรือซึ่งสำคัญ.........
    ไม่มีสิ่งไหนที่พระเจ้าจะให้ความสำคัญเท่ากับมนุษย์   
     
     
    ".....เพราะเจ้าประเสริฐในสายตาของเรา
    และได้รับเกียรติ   และเรารักเจ้า....."
    อิสยาห์43:4
     
    May 11

    บางครั้ง...(ขออีกที)

     
     
    บางครั้งการพยายามทำอะไรซักอย่าง.......มันเหนื่อยและเจ็บปวดเกินไป
     
    แม้ว่าสิ่งมีชีวิตที่โสมมที่สุด...คือมนุษย์
    แต่ว่าสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุด.......ก็คือมนุษย์
     
    แม้ว่าสิ่งที่เย็นชาที่สุด....คือมนุษย์
    แต่สิ่งที่อบอุ่นที่สุด......ก็คือมนุษย์
     
    แม้ว่าสิ่งที่อ่อนแอที่สุด.......คือมนุษย์
    แต่ว่าสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด......ก็คือมนุษย์